PuiLab
Methodology & Rationale
Methodology และเหตุผลเชิงวิชาการ
วิธีคิดของ PuiLab ตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า วิกฤตตลาดไม่ได้เกิดจาก volatility สูงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความผิดปกติของความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ ความเปราะบางของโครงสร้างตลาด และ tail risk ที่ถูกประเมินต่ำไป
ทำไมเราใช้โมเดลนี้
- Strategic E[R] ใช้สำหรับการวางพอร์ตระยะยาว
- Scenario E[R] ใช้เมื่อ regime เปลี่ยน เช่น recession, stagflation, liquidity crisis
- Correlation surprise ใช้จับความเสี่ยงที่ diversification ทำงานแย่ลง
- MRI ใช้รวมสัญญาณตลาดเพื่อเลือก assumption ให้ถูก ไม่ใช่ทำนายวันเกิดวิกฤต
Evidence proved
| หลักฐาน | ความหมาย | นำมาใช้ใน PuiLab อย่างไร |
|---|---|---|
| Kritzman / Li Financial Turbulence | ใช้ Mahalanobis distance วัด cross-asset return pattern ที่ผิดปกติ | สร้าง Turbulence proxy ใน MRI |
| Turbulent covariance | full-sample covariance มักประเมิน crisis loss ต่ำเกินจริง | มี crisis correlation และ tail-risk scenario |
| Fragility / Absorption Ratio | เมื่อ risk รวมอยู่ใน common factor ไม่กี่ตัว diversification จะอ่อนลง | เพิ่ม Fragility component |
| Upper/Base/Lower scenario | investment view ควรเป็น range ไม่ใช่ point estimate | สร้าง E[R] distribution proxy และ manual Bear/Base/Bull |
ข้อจำกัด
โมเดลนี้เป็น framework เพื่อการตัดสินใจ ไม่ใช่ prediction engine. ค่า MRI, scenario E[R] และ stress shock เป็น proxy assumptions ต้องใช้ร่วมกับข้อมูลตลาดจริง, มุมมองเศรษฐกิจ, liquidity condition และนโยบายการลงทุนขององค์กร